10 สุดยอด “รวย” โดยไม่ต้องง้อ”ปริญญา”
เห็นในFWmailครับ เลยนำมาลงให้อ่านกันแต่ละคนนี่แทบไม่มีใครไม่รู้จักเขาเหล่านี้เลย
1.มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก(Mark Zuckerberg)
(ซึ่งตอนนี้บอกได้เลยว่าแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักติดกัยงอมแงม)

ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่คนทั้งโลกติดกันงอมแงม
พัฒนาเฟสบุ๊คกับเพื่อนร่วมชั้น ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่ ฮาวาร์ด
หลังจากที่เฟสบุ๊คได้รับความนิยมและทำเงินมหาศาล ก็หยุดเรียน
เพื่อเป็นผู้บริหารของเฟสบุ๊คเต็มตัว ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก
โดยปี 2010 นี้มีทรัพย์สินมูลค่าถึง 4 พันล้านดอลล่าร์
2.บิล เกตส์(Bill Gates)(เจ้าพ่อMicrosoft)

ติดอันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกปี 1995 – 2006
ช่วงวัยรุ่นหยุดเรียนเพราะกระเหี้ยนกระหือรือจะตั้งบริษัทผลิตซอฟท์แวร์
ชื่อความหมายเล็กจิ๋วว่า บริษัทไมโครซอฟท์
รวยล้นฟ้าแล้วยังใจบุญ เพราะครอบครัวบิลก่อตั้ง มูลนิธิ บิล & มาลิดา เกตส์
คอยช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพแก่คนทั้งโลก
3.ริชาร์ด แบรนสัน(Richard Branson)

ผู้ก่อตั้งแบรนด์เวอร์จิน ด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจนอกกรอบ
ตำราไหนว่าแน่พี่ขอแหก เสาะแสวงหาความท้าทาย ในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ
เลิกเรียนตั้งแต่อายุ 16 มาเอาดีด้วยการทำนิตยสารสำหรับนักเรียน
เป็นธุรกิจ ค่อยๆ ขยายธุรกิจอื่นๆ มากมาย ไม่เว้นแม้แต่สายการบิน
เป็นเพลย์บอยแถมรวย ภาพที่ปรากฏก็เลยแสบๆ อย่างที่เห็น
4.โค แชลแนล(CoCo Chanel)

ผู้ก่อตั้งแบรนด์แชนแนล เธอเกิดมากำพร้า
เริ่มอาชีพเป็นเพียงช่างเย็บผ้า ในยุคที่สตรีต้องตัดชุดสตรีเท่านั้น
แชนแนลผลักดันตัวเองอย่างกล้าหาญด้วยการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย
ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผสมผสานเนื้อผ้า
สร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานของเธอ แต่ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นที่จดจำตลอดกาล
คือ น้ำหอม แชนแนลหมายเลข 5 อันโด่งดังนั่นเอง
5.ไมเคิล เดลล์(Michael Dell)

ไปไหนก็จะเห็นคอมพิวเตอร์-โน้ทบุ๊คยี่ห้อ Dell กันใช่ไหม
ผู้ก่อตั้งคือ ไมเคิล เดลล์ เขาหยุดเรียนตั้งแต่อายุ 19 มาก่อตั้งบริษัท PC’s Limited
ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Dell, Inc และผันตัวเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ในปี 1996 เดลล์ได้มอบทุนให้
มหาลัยเทกซัสจำนวน 50 ล้านเหรียญ (ราวๆ 2,000 ล้านบาท)
เพื่อยกระดับสุขภาพและการศึกษาของเยาวชน
6.เฮนรี่ ฟอร์ด(Henry Ford)

ออกจากบ้านตอนอายุ 16 ปีเพื่อเป็นช่างยนต์
ภายหลังก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ดำเนินอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์
ซึ่งรถที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกคือรุ่น Ford Model T ผลกำไรทำให้ขยายกิจการ
และริเริ่มวางสายการผลิตแบบอัตโนมัติ
7.สตีฟ จ็อปส์(Steve Jobs)

เรียนมหาวิทยาลัยได้เทอมเดียวก็ไปทำงานให้กับ บริษัท อาตาริ
ก่อนที่จะควบรวมเป็น บริษัท แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ แต่ชื่อมันยาว
เดี๋ยวนี้เลยตัดเหลือเพียง แอปเปิ้ล แบรนด์ล้ำๆ ที่ทำให้คนทั้งโลกคลั่ง
กับผลงานล่าสุดอย่าง iPad และ iPhone 4
ครั้งหนึ่งสตีฟ จ็อปส์เคยเป็น CEO ให้ Pixar ก่อนที่จะควบรวมกับ วอลท์ ดีสนีย์
8.เจมส์ คาเมรอน(James Cameron)

หยุดเรียนตอนปี 2 ไปทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งขับรถบรรทุกและงานเขียน
ระหว่างนั้นก็พยายามเรียนด้าน สเปเชียล เอฟเฟค ด้วยตนเอง
จากวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในห้องสมุด หลังจากดูหนังสตาร์วอร์ จึงเลิกขับรถบรรทุก
ไปหางานในวงการภาพยนตร์ทำ จากงานผู้ช่วย ก็ผันมาเป็นผู้สร้างสรรค์
ผลงานที่กลายเป็นตำนาน อย่าง คนเหล็ก 2, ไททานิค
และ ภาพยนตร์ 3D สุดอลังการอย่าง “อวาตาร”
9.เลดี้ กาก้า (Lady Gaga)

กว่าจะเป็นราชินีเพลงป๊อปแดนซ์และเจ้าแม่แฟชั่นหลุดโลกคนนี้
เธอหัดเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เริ่มเขียนโน้ตเปียโนตอน 13 พออายุ 17 ปีก็แต่งเพลงเอง
จนกระทั่งปีสองเทอมสอง เธอหยุดเรียนและหันไปเอาดีในอาชีพดนตรี
ด้วยเงินเพียงน้อยนิด จนประสบความสำเร็จในชื่อ “เลดี้ กาก้า”
ที่ทั้งโลกรู้จักชื่อที่ผันมาจากชื่อเพลง “เรดิโอ กา ก้า”
และสุดท้าย
จอมอื้อฉาว ไทเกอร์ วู๊ดส์(Tiger Woods)

เล่นกอล์ฟตั้งแต่เดินได้ โชว์วงสวิงให้โลกตะลึงตอนอายุ 2 ขวบ
เอาชนะพ่อตัวเองได้ตอน 11 ขวบ
หลังจากคว้าแชมป์รายการดังมากมาย จึงตัดสินใจหยุดเรียน
และเปลี่ยนเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ขณะอยู่ปี 2
ผูกขาดตัวเองเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกมานานหลายปี
แม้ไม่เคยเรียนจบแต่ตีกอล์ฟจนได้ดี ปริญญาสาขาต่างๆ ก็มาประเคนให้
ครั้งนึงรัฐมนตรีบ้านเราบ้าจี้เชิญมามอบแล้วบอกว่าวู๊ดส์เป็นคนไทย
พี่เสือแกสวนทันทีว่าไม่ใช่ ผมเป็นอเมริกัน ท่านๆ หน้าแหกกันเป็นแถว
*************************************************************************
ที่มา: FWmail
ความสำเร็จอยู่ที่แนวคิด และการลงมือทำจริงๆ ครับ
ทุกที่ได้มาไม่ใช่โชคครับ…ความสามารถ และ โอกาส เป็นแรงสนับสนุกครับ
ผมว่าคนไทยก็เจ๋งนะครับ แต่บางครั้งยังถูก anti จากผู้ปกครอง แต่ฝรั่งค่อนข้างจะอิสระ
สุดยอดครับ นับถือ ๆ