Archive

Archive for สิงหาคม, 2008

ส.ค.
06

กระบวนการพัฒนา รหัสโรคICD-11

        

กระบวนการพัฒนา ICD-11ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2551แ
ละคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปลายปี พ.ศ. 2557
คงได้เริ่มใช้งานจริงในปีพ.ศ. 2558 การพัฒนาเริ่มจากการวางแผนและกำหนดวัตถุประสงค์
และเป้าหมายดังต่อไปนี้
 -สร้างระบบจำแนกกลุ่มโรคที่แน่ชัดและเชื่อถือได้สำหรับการนำไปใช้กับ
     -การให้รหัสสาเหตุการตาย
         -การให้รหัสสาเหตุการป่วย
     -สามารถนำไปใช้หลายสถานที่ เช่น สถานีอนามัย
โรงพยาบาลและหลายวัตถุประสงค์เช่นวิจัย บริการสาธารณสุข พัฒนาคุณภาพ...
     -สร้าง ICD-11 ให้ใช้งานง่ายตามหลักการทางวิทยาศาสตร์
สามารถปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้และวิธีแลกเปลี่ยนต่างๆ
    -เชื่อมโยงหลักฐานและความรู้ใหม่ๆกับระบบรหัสเพื่อให้เป็นรหัสที่มีพลวัตร
สามารถปรับปรุงได้เป็นระยะเมื่อมีความรู้ใหม่ๆที่เกี่ยวข้องเข้ามา
โดยมีผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆช่วยกันดูแลในลักษณะ online
-สัมพันธ์กับระบบTerminology และontologiesเช่น SNOMED-CT,
Geneontologyในรูปแบบที่มนุษย์และคอมพิวเตอร์เข้าใจร่วมกัน
 -การเชื่อมโยงระหว่าง ICD-11กับTerminolog
อยู่บนพื้นฐานวิธีการสร้างความรู้ในรูปแบบที่มาตรฐานเช่น ตรรกะการอธิบายตรรกะการจักกลุ่ม
ขั้นตอนและวิธีตามแบบจำลองข้อมูล
-ต้องมั่นใจว่า ICD-11สามารถนำมาใช้ระบบElectronic health record ได้อย่างดี
-สามารถนำมาใช้เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศระหว่างภาษาเป็นตัวกลางเพื่อการเปรียบเทียบ
ข้อมูลวิทยาศาสตร์และการสื่อสารได้

จะเห็นได้ว่าการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนา ICD-11นั้นครอบคลุมและกว้างขวางกว่า ICD-10มากมายหลายเท่านัก จึงคาดว่าจะต้องใช้เวลาพัฒนามากกว่า ใช้กำลังคนและทรัพยากรต่างๆมากกว่า ICD-10 ยิ่งนัก ส่วนข้อมูลความคืบหน้าต่างๆจะมานำเสนอต่อไปครับ  ที่มา จดหมายข่าวICD-10 ปีที่ 11 ฉบับ 126 เดือนมิถุนายน 2551ครับผม

, , , ,

ส.ค.
05

ความแตกต่างของ DataTransfer, Traffic, Bandwidth ของโฮสต
Data Transfer หมายถึง การรับส่งข้อมูล
Traffic หมายถึง การจราจรของข้อมูล
Bandwidth หมายถึง ความกว้างของขนาดข้อมูล

Data Transfer มีหน่วยเป็น Byte ซึ่ง ในความเป็นจริงแล้วผู้ให้บริการ โฮสติ้ง ต่าง ๆ ก็ให้ปริมาณ Data Transfer ในส่วนนี้เยอะกันทุกรายอยู่แล้วครับ สาเหตุที่บางผู้ให้บริการบอกว่าไม่จำกัดจำนวน Data Transfer นั่นเพราะว่า ทางผู้ให้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม นอกจากค่าวางเครื่อง Server ที่ Data Center เท่านั้น ซึ่งตรงจุดนี้ถูกนำมาเป็นจุดขายของหลาย ๆ ผู้ให้บริการ โฮสติ้ง ครับTraffic มีหน่วยเป็น Byte ต่อวินาที ในส่วนของ Traffic เรามักจะดูในเรื่องของปริมาณ ว่ามากน้อยเพียงใด โดยอ้างอิงจากช่วงเวลาเป็นหลัก เช่น หากผู้ให้บริการ โฮสติ้ง บอกว่ามี Data Transfer ให้เท่านี้ แต่ในช่วงเวลาหนึ่งเราเกิดเข้าเว็บไซต์ของเราไม่ได้ หรือเปิดเว็บไซต์ไม่ได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าในช่วงเวลานั้น ๆ มีผู้ใช้บริการเครื่อง Server เยอะมาก ๆ นั่นคือมีผู้ Request ข้อมูลจาก Server เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ซึ่งเกินปริมาณ Bandwidth ที่รับได้ครับ

 

Bandwidth มีหน่วยเป็น Byte เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ จะมีระดับตั้งแต่ Megabyte ขึ้นไป ในส่วนของ Bandwidth จะแบ่งเป็น Local Bandwidth และ Inter Bandwidth ซึ่งตรงนี้ต้องดูให้ชัดเจนครับ ตามปกติแล้วผู้ให้บริการที่เป็น Data Center จะทำการสร้าง Link เข้าไปเชื่อมต่อกับ ISP ( Internet Service Provider ) ซึ่งจะซื้อได้ในแต่ละ ISP ในปริมาณที่ต่าง ๆ กัน มองให้ง่าย ๆ ก็คือ ตัว IDC หรือ Data Center พยายามสร้างท่อเพื่อการส่งข้อมูลไปยัง ISP ต่าง ๆ นั้นหมายความว่า หาก IDC ได้สร้างท่อที่มีขนาดใหญ่ ก็จะทำให้การเรียกชมเว็บไซต์ ไม่มีข้อติดขัดมากนัก แต่หากท่อเล็ก ย่อมมีปัญหาที่เกี่ยวพันกับเรื่องของ Traffic นั้นคือ ในช่วงเวลาใด ๆ ก็ตามที่มีการเรียกข้อมูลมาก ๆ จากหลาย ๆ Client (ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของคุณ) เมื่อปริมาณ Traffic สูงมากในช่วงวินาทีนั้น จนเต็ม Bandwidth แล้ว ก็จะไม่สามารถเรียกข้อมูลจาก Server ผ่าน ISP นั้นได้เลย
สรุปข้อแตกต่างของ Data Transfer, Traffic และ Bandwidth

ใน กระบวนการเริ่มต้นของการใช้งาน เว็บโฮสติ้ง ย่อมเกี่ยวพันกับ Data Transfer เิป็นหลักครับ นั้นคือปริมาณการรับส่งข้อมูลภายใต้ Virtual Host ของคุณ หรือภายใต้ โดเมนเนม ของคุณนั้นเอง ( Data Transfer รวมถึงการ Upload และ Download จาก Client ทั้งหมด ) ผู้ให้บริการมักจะให้ปริมาณในส่วนนี้อย่างเพียงพอกับความต้องการของคุณ เนื่องจากเป็นส่วนที่ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม หรือด้วยเหตุผลของการให้น้อยนั้น เนื่องจากปัญหาในเรื่องของ Traffic ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลา Peek Time (ช่วงเวลาที่มีคนเข้ามากที่สุด 11.00-14.00 และ 18.00-21.00 น) ซึ่งการจำกัด Data Transfer จะทำให้สามารถจำกัดการใช้งานของ เว็บไซต์ ต่าง ๆ ได้ แต่…..มองอีกแง่นึงคือเรื่องของผลกำไรที่มากขึ้น ของผู้ให้บริการ โฮสติ้ง (ตรงนี้แล้วแต่ policy ของแต่ละองค์กรครับ)

 

เมื่อคุณเริ่ม ใช้บริการ โฮสติ้ง แล้วกระบวนการต่อมาที่คุณต้องเกี่ยวข้องคือ Traffic ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับ Bandwidth อย่างมาก นั่นคือ เมื่อมีคนเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ จะถูกระบบเก็บบันทึกข้อมูลว่ามีการเรียก (Request) ข้อมูลจากเครื่อง Server ภายายใต้โดเมนของคุณ ไปเป็นปริมาณเท่าไหร่ต่อเดือน และในช่วงเวลาไหนที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด คิดเป็น Traffic เท่าไหร่ และหากปริมาณ Traffic ในช่วงเวลาดังกล่าวเกินจาก Bandwidth ที่มี คุณก็จะไม่สามารถเรียกชมเว็บไซต์ของคุณได้ ซึ่งเกิดมากจากปัญหาของการเต็มของ ท่อข้อมูลนั่นเอง

 

 

 
 

 

 

 

 

, , ,

ส.ค.
01

นักล้วงข้อมูล หรือ แฮกเกอร์ (Hacker) มีคำที่ทำให้หลายคนนึกถึง อัจฉริยะคอมพิวเตอร์ของผู้ที่สามารถเจาะเข้าไปในระบบฐานข้อมูลสำคัญๆ ของหน่วยงานของรัฐ บริษัทดัง โดยเฉพาะ ข้อมูลทางราชการ พวกนี้จะใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวสมรรถนะสูง ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่วิธีล้วงข้อมูลมิได้จำกัดอยู่แค่การใช้คอมพิวเตอร์เจาะเข้าระบบของอีกฝ่ายเท่านั้น หากรวมไปถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยม กลโกงหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลที่ต้องการ เช่น รหัสเข้าระบบ หมายเลขบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร เพื่อนำไปใช้ฉ้อฉล วิธีล้วงข้อมูลแบบนี้เรียกว่า “โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง” (Social Engineering) คือ กลลวงทางสังคม หลอกล่อและโจมตี… เพื่อการโกงให้ได้มาซึ่งข้อมูล ข่าวสาร ฯลฯ ทำได้หลายวิธี เพื่อเอามาหลอกผู้คน

ผู้ที่ทำให้ความหมายวลี ว่า โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง จนกลายเป็นคำฮิตติดหูคือ นายเควิน มิทนิค ชาวอเมริกัน ผู้ใช้วิธีการหลอกล่อเพื่อล้วงข้อมูลจากบริษัทและหน่วยงานหลายแห่ง ใช้วิธีการนำหมายเลขโทรศัพท์ของระบบคอมพิวเตอร์ในดิจิตอล อีควิปเมนต์ คอร์ป. (ดีอีซี) ซึ่งเขาได้มาจากเพื่อนคนหนึ่ง เจาะเข้าระบบแล้วคัดลอกซอฟต์แวร์ ทำให้ดีอีซีต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปรับปรุงระบบถึง 160,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,280,000 บาท) รวมทั้ง นายมิทนิคยังเคยเจาะระบบของโมโตโรล่า, เอ็นอีซี, โนเกีย, ซัน ไมโครซิสเต็ม และ ฟูจิตสึ ซีเมนส์ แล้วยังเคยดักฟังหน่วยสืบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ)

ทั้งยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ากระทำการก่อกวนระบบโทรคมนาคม ขโมยความลับของบริษัทต่างๆ และเจาะระบบของศูนย์บัญชาการป้องกันภัยทางอากาศแห่งอเมริกาเหนือ (เอ็นโออาร์เอดี) อีกด้วย โดยนายมิทนิคกล่าวว่า การล้วงข้อมูลผ่านวิธีโซเชียล เอ็นจิเนียริ่งนั้นง่ายดายกว่าการเสียเวลาเจาะระบบด้วยคอมพิวเตอร์หลายเท่า

แต่สุดท้าย นายมิทนิคต้องยอมจำนนให้เอฟบีไอ เขาถูกจองจำเพื่อรอการไต่สวนคดีเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง ก่อนถูกตัดสินจำคุกเดี่ยว 8 เดือน ในปี พ.ศ.2542 โทษฐานเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์และได้มาซึ่งสำเนาซอฟต์แวร์อันผิดกฎหมาย นายมิทนิคยอมรับผิดตามข้อกล่าวหา อันเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคำให้การต่อศาล


เควิน มิทนิค 

อย่างไรก็ตาม คดีของนายมิทนิคเป็นที่โต้เถียงกันมากในสหรัฐ เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนนายมิทนิคเชื่อว่า โทษที่นายมิทนิคได้รับนั้นรุนแรงเกินไป เป็นไปได้ว่ารัฐบาลพยายามทำให้คดีของนายมิทนิค เป็นตัวอย่างแก่อาชญากรไซเบอร์คนอื่นๆ ในขณะที่สื่อได้สร้างภาพให้นายมิทนิคดูเหมือนอาชญากรตัวฉกาจ ที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด โดยเฉพาะหนังสือเรื่อง “ไซเบอร์พังค์” (Cyberpunk) ซึ่งเขียนโดย เคธี่ ฮาฟเทอร์ และ จอห์น มาร์คอฟ ที่มิทนิคออกมาวิจารณ์อย่างเปิดเผยว่าหนังสือเล่มนี้สร้าง “เรื่องโกหกเกี่ยวกับเควิน มิทนิค” ขึ้นมา

หลังได้รับการปล่อยตัวในปี 2543 นายมิทนิคถูกภาคทัณฑ์ ไม่ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ นอกจากโทรศัพท์พื้นฐานเป็นเวลา 1 ปี ต่อมาศาลอนุญาตให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ เขายังไม่สามารถหากำไรจากอาชญากรรมที่ตนเองก่อขึ้นอีกด้วย กระทั่งเร็วๆ นี้เอง ที่มิทนิคสามารถเขียนอัตชีวประวัติของตนและเซ็นสัญญาให้บริษัท ลิทเทิล, บราวน์, แอนด์ คอมปานี นำไปจัดพิมพ์เผยแพร่ได้ โดยมิทนิคเชื่อว่า นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตนเอง หลังปล่อยให้ผู้อื่นเขียนหนังสือเกี่ยวกับคดีของเขามามากมาย

เรื่องราวชีวิตของแฮกเกอร์ชื่อดังอย่างนายมิทนิคจึงเป็นที่สนใจของเซียนคอมพิวเตอร์หลายคน มิใช่เพียงเพราะความสามารถทางการใช้เล่ห์เพทุบายหลอกลวงมาให้ได้ซึ่งข้อมูลที่ตนเองต้องการ หรือ โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง แต่อัตชีวประวัติของนักล้วงข้อมูลผู้นี้จะสะท้อนให้เห็นว่า ภายในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันไร้ขีดจำกัดนี้ มีช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีได้ฉกฉวยหาประโยชน์ จากการใช้เทคโนโลยี

คนเรานอกเหนือจากต้อง “รู้ทัน” เทคโนโลยีแล้ว ต้องทันเล่ห์เหลี่ยมเพื่อนมนุษย์ด้วย จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของใคร

***ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11101 , หน้า  26

 
 
 

,

LELO VIBRATOR 55 inch Tv Asus Eee Slate EP121 Tablet PC Apple iPad 2 Tablet Merrell Shoes MICHAEL KORS WATCHES bali bras GUESS WOMEN WATCHES Emporio Armani Watch AK Anne Klein watch JAMBU SANDALS SWATCH WATCH ANDROID TABLET REFRIGERATOR FREEZERS BEST NETBOOK2011 ASUS EP121 TAMRON 70-300 VC 3D Home Theater Projector Angry Birds Plush archos 101 tablet ashley furniture store Bagless Upright Vacuum Barely there bras bed comforter sets BEER DISPENSERS Beyblade Battle bralette bras bras 1 breville juice BUSHNELL RANGE FINDERS canon vixia hd coach madison cool skateboards Enell Sports Bras Weber Genesis hanes bras jambu sandals jansport backpacks Jessica Bras juicer extractor Keg Refrigerator kodak mini video camera lelo vibrator LG 60PZ750 LG Infinia 55LV5500 Logitech HD Webcam Michael Kors Watches My Pillow Pet north face coat playtex bra Samsung UN46D7900 seamless bras shakespeare reels asics shoes silly bandz Troll Doll samsung un46d6300 Upright Freezer Vedette Shapewear GUESS Watches weber spirit WINE CABINET FURNITURE winsome wood XOXO Watches