พรุ่งนี้9-11ก.ย.2552มีงานประชุมวิชาการเวชสถิติ ประจำปี2552ครับซึ่งทางสมาคมเวชสถิติแห่งประเทศไทยจัดร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขกาญจนาภิเษก ที่ โรงแรมเอเชีย งานวิชาการคงไม่มีอะไรมาก…สำหรับชาวเวชฯแล้วเป็นงานรวมศิษย์เก่ามากกว่าได้มาพบปะสังสรรเจอกันเหอๆๆๆที่สำคัญคือได้เจอเพื่อนๆเวชฯ30ที่ครั้งนี้มาประชุมกันราวๆ15คน ตั้งแต่จบมาปีนี้ก็ปีที่4แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานรับราชการกลับไปใช้ทุนตามจังหวัดที่ส่งมาเรียนจะมีโอกาศได้เจอกันบ้างเป็นครั้งคราวแต่ไม่ได้เจอกันเยอะๆขนาดนี้งานนี้วิชาการคงเต็มกระเป๋า+เมากลับไปทุกคนเด้อออออ555555 แล้วเจอกันครับเพื่อนๆ
Archive
Archive for กันยายน, 2009
วันหยุดเสาร์ อาทิตย์5-6ที่ผ่านมาหน่วยงานผมมีเพื่อนพี่น้อง พยาบาล ผู้ช่วยฯเจ้าหน้าที่ธุรการเกือบราวๆ 30คน มีการจัดODพากันไปเที่ยวตามทริปก็จะมีไป ตลาดน้ำดำเนินฯ-หัวหิน-วัดถ้ำเขาเต่า-ชะอำ-วัดบางกุ้ง(โบสถ์ในต้นโพธิ์)-ตลาดน้ำอัมพวา
แต่ที่ผมประทับใจคงเป็นสถานที่พักครับเป็นหมู่บ้านชุมชนตามโครงการพระราชดำริชุมชน เขาเต่า หาดทรายน้อยที่ทางสมเด็จพระบรมราชินีนาจ เสด็จเป็นประจำ อยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินออกไปอีกราวๆ10กิโลเมตร ห่างจากเขาตะเกียบ 5กิโลเมตรและหาดสวนสน3กิโลเมตรเอง
แต่หาดตรงนี้ยังเงียบสงบอยู่มากไม่เหมือนกับที่อื่นๆจะออกแนวโฮมสเตย์นิดๆและมีภูเขาล้อมรอบบริเวณริมหาดส่วนข้างหลังเขาจะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และบนภูเขาจะเป็นวัดถ้ำเขาเต่าสถานที่ศักสิทธิ์อีกที่ของอำเภอหัวหิน

ผมแนะนำเลยครับถ้าใครที่อยากไปเที่ยวหัวหิน หาสถานที่ริมหาด สงบๆไม่วุ่นวาย เป็นที่นี่เลยเขาเต่า สวยกว่าเขาตะเกียบที่ขึ้นชื่อของหัวหินอีก บ้านพักริมหาดก็ราคาถูกมากๆ บ้าน2ชั้น1หลังห้องแอร์ 4ห้องนอน3ห้องน้ำพร้อมที่นอนเสริมไม่อั้นและไม่คิดราคาเพิ่มถ้านอนรวมกันได้ทั้งหลังก็ราวๆ30คน
มีอุปกรณ์เครื่องครัวพร้อมทำอาหารครบเจ้าของบ้านมีอาหารทะเลสดจำหน่ายให้ มีระเบียงบ้านนั่งดื่ม ยามเย็น ราคา3,500บาทราคานี้หาไม่ได้ที่ใหนอีกแล้วครับในหัวหิน หาดสวนสน หรือ เขาตะเกียบครับส่วนข้อมูลสามารถค้นหาได้จากทางinternetได้เลยยังมีเจ้าของบ้านพักรีสอร์ทอีกหลายๆที่ให้บริการในเขาเต่า หาดทรายน้อยแห่งนี้ครับ
ทริปหน้าช่วงปลายฝนต้นหนาวเดือนพฤศจิกายนไปวังน้ำเขียว สวิตเซอร์แลนด์ แดนอีสาน จ.นครราชสีมาครับ!!
ประเพณีบุญข้าวสาก(บุญเดือนสิบ)
ประเพณีบุญข้าวสากเป็น1ในประเพณีฮีต12ของชาวอีสานซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 4กันยายน 2552ถ้าทางภาคกลางคงเป็นประเพณีบุญเข้ากระยาสารท ทางคนไทยเชื้อสายจีนก็เป็นบุญสาร์ทจีน
ซึ่งความสำคัญของประเพณีของแต่ละที่ล้วนแล้วแต่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับไปแล้วส่วนบุญข้าวสากนั้นมีขั้นตอนและพิธีกรรมดังนี้ครับ
ช่วงเวลา เดือนกันยายน ตุลาคม ( วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10)
ความสำคัญ ประเพณีบุญข้าวสาก เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรกหรือเปรต
พิธีกรรมประกอบด้วย
3. พอถึงตอนเพล จะเป็นพิธีแจกข้าวสาก ข้าวสากที่จะนำ ไปแจกนั้น จะห่อด้วยใบตองกล้วยกลัดหัว กลัดท้ายมีรูปคล้ายกลีบข้าวต้มแต่ไม่พับส้น ตอง เย็บติดกันเป็นคู่ๆ ของที่ใส่ในห่อ ได้แก่ ข้าวต้ม ข้าวสาก ปลา เนื้อ หมาก พลู และบุหรี่ พีธีแจกก็เอาห้อยไว้ตามต้นไม้หรือ ตามรั้ว พอเสร็จหมดก็ตีกลองหรือโปงให้ สัญญาณบอกเปรตมารับเอา หลังจากนั้นก็แย่ง กันเก็บคืน มือใครยาวสาวได้สาวเอา ซึ่ง ตอนนี้เรียกว่า “แย่งเปรต” ภาษาอีสานเรียก ว่า “ยาดข้าวสาก” เก็บมาแล้วเอาไป ใส่ตามไร่นา ตามตาแฮก เพื่อให้ข้าวในนาอุดมสมบูรณ์ ผมยังจำได้ตอนสมัยเด็กๆวันที่มีบุญข้าวสากวันนั้นถ้าไปโรงเรียนต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปกินขนมข้าวสากครับเพระอาหารที่แม่และยายท่านนำมาใส่ข้าวสากนี้ล้วนแต่ดีๆทั้งนั้นบางอย่างก็เป็นอาหารอีสานที่หากินได้ยากๆหรือไม่ก็แอบหนีเรียนไป”ยาดข้าวสาด”(แย่งข้าวสาด)ที่วัดแล้วเอาไปใส่ตามไร่นา….พูดมาแล้วคิดถึงความทรงจำเก่าๆสมัยเป็นเด็กบ้านนอกแม้วันนี้ตัวผมเองจะโตขึ้นมามีหน้าที่การงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ อยู่ในสังคมเมืองที่วุ่นวายนักหนา “มีทุกอย่างให้ไขว่คว้า แต่มีราคาต้องจ่าย” แต่ความสุขใจนั้นหาไดเท่า อีสานบ้านเฮารอบข้างเต็มไปด้วยญาติ พี่น้องอยู่กันเป็นคุ้มบ้าน ครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ง่ายๆกินง่ายๆ พร้อมบรรยากาศไร่นา ที่สดชื่น เฮ้อ!!!!คิดถึงบ้านครับ



ความเห็นล่าสุด