Archive
Archive for the ‘เรื่องทั่วไป’ Category
เรื่องทั่วไปตุลาคม 11th, 2008

หากถามว่าคุณรู้จักรักแท้หรือไม่ เชื่อแน่ว่าร้อยทั้งร้อย ต้องมีคำตอบไปในแนวทางเรื่องรักเรื่องใคร่ บางคนอาจเคยพบ บางคนอาจตามหามาทั้งชีวิต แต่ถึงแม้นิยามของรักแท้ แต่ละคนอาจต่างกันไป แต่มีอีกนิยามหนึ่ง ที่น้อยคนนักจะนึกถึงนั่นก็คือ รักแท้ ที่เป็นคำนามหมายถึง ยางไม้แท้ๆ ที่ได้จากไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “รัก”
มื่อคืน (10ตุลาคม2551)กบนอกกะลาเป็นอีกตอนที่น่าสนใจมากครับจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่กลายมาเป็นศิลปะระดับชาติ
ซึ่งยางรักนั้น เป็นวัตถุดิบสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะไทยเลยทีเดียว เราสามารถพบการใช้ยางรักได้ ในงานหลายแขนงเช่น การลงรักปิดทอง, ลงรักประดับมุก, ทำหัวโขน, เครื่องเขิน, ลายรดน้ำ
พบได้ทั้งในงานสถาปัตยกรรมอย่าง วัดวาอาราม พระตำหนัก พระมหาปราสาท รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง ตู้เก็บของ, เก็บหนังสือ, หีบเสื้อผ้า, ตู้พระธรรม, เครื่องดนตรี, ของชำร่วย ด้วยภูมิปัญญาของช่างโบราณ ที่สามารถนำยางไม้สีดำนี้ มาสรรค์สร้างเป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่า ที่มิใช่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันแดดกันและความชื้น ที่จะมาทำลายพื้นผิววัสดุ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานนับร้อยปี
และที่น่าสนใจอีกอย่างคือร่องรอยของการกรีดยางรักที่ต้นรักนั้นยังทิ้งร่องรอยให้เห็นเป็นรูป หัวใจเลยครับ
คงเคยได้ยินคำถามว่า“รักแท้” นั้นสีอะไร แน่นอนครับหนุ่มสาววัยรุ่นตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สีชมพู แต่ที่จริงหารู้ไม่ว่ารักแท้นั้น” สีดำ “ต่างหากล่ะครับ อิอิอิอิ
ท่านไดที่พลาดชมหรืออยากชมรายการย้อนหลัง ดูได้ที่นี่ครับ http://hiptv.mcot.net/viewFlv.php?flvId=18580
กบนอกกะลา, นิยามรักแท้, รัก, สีของรัก
เรื่องทั่วไปกันยายน 30th, 2008
เมื่อวันก่อนตาเหลือบมองไปเห็น toolbarของgoogleเห็นปุ่ม PageRank สีเขียวขึ้นมา 1แถบ ดีใจมากเลยครับ
หลังจากที่เปิดเว็บไซด์มาเกือบ 5เดือนลองผิดลองถูกมั่วๆ ได้มา 1แต้ม.. เย้..เย้ เย้ ดีใจจัง…..

หลังจากการปรับครั้งนี้ทำให้ผมเองก็พอจะรู้หลักการเข้าใจการทำงานของPageRank มากขึ้น เหอๆ…
ครั้งหน้าคงจะเพิ่มอีกในเร็วๆนี้ครับ…
PageRank, toolbar google, webชมรมอาชีวอนามัย, การเพิ่มค่าPageRank
เรื่องทั่วไปสิงหาคม 1st, 2008
|
นักล้วงข้อมูล หรือ แฮกเกอร์ (Hacker) มีคำที่ทำให้หลายคนนึกถึง อัจฉริยะคอมพิวเตอร์ของผู้ที่สามารถเจาะเข้าไปในระบบฐานข้อมูลสำคัญๆ ของหน่วยงานของรัฐ บริษัทดัง โดยเฉพาะ ข้อมูลทางราชการ พวกนี้จะใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวสมรรถนะสูง ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่วิธีล้วงข้อมูลมิได้จำกัดอยู่แค่การใช้คอมพิวเตอร์เจาะเข้าระบบของอีกฝ่ายเท่านั้น หากรวมไปถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยม กลโกงหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลที่ต้องการ เช่น รหัสเข้าระบบ หมายเลขบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร เพื่อนำไปใช้ฉ้อฉล วิธีล้วงข้อมูลแบบนี้เรียกว่า “โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง” (Social Engineering) คือ กลลวงทางสังคม หลอกล่อและโจมตี… เพื่อการโกงให้ได้มาซึ่งข้อมูล ข่าวสาร ฯลฯ ทำได้หลายวิธี เพื่อเอามาหลอกผู้คน
ผู้ที่ทำให้ความหมายวลี ว่า โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง จนกลายเป็นคำฮิตติดหูคือ นายเควิน มิทนิค ชาวอเมริกัน ผู้ใช้วิธีการหลอกล่อเพื่อล้วงข้อมูลจากบริษัทและหน่วยงานหลายแห่ง ใช้วิธีการนำหมายเลขโทรศัพท์ของระบบคอมพิวเตอร์ในดิจิตอล อีควิปเมนต์ คอร์ป. (ดีอีซี) ซึ่งเขาได้มาจากเพื่อนคนหนึ่ง เจาะเข้าระบบแล้วคัดลอกซอฟต์แวร์ ทำให้ดีอีซีต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปรับปรุงระบบถึง 160,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,280,000 บาท) รวมทั้ง นายมิทนิคยังเคยเจาะระบบของโมโตโรล่า, เอ็นอีซี, โนเกีย, ซัน ไมโครซิสเต็ม และ ฟูจิตสึ ซีเมนส์ แล้วยังเคยดักฟังหน่วยสืบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ)
ทั้งยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ากระทำการก่อกวนระบบโทรคมนาคม ขโมยความลับของบริษัทต่างๆ และเจาะระบบของศูนย์บัญชาการป้องกันภัยทางอากาศแห่งอเมริกาเหนือ (เอ็นโออาร์เอดี) อีกด้วย โดยนายมิทนิคกล่าวว่า การล้วงข้อมูลผ่านวิธีโซเชียล เอ็นจิเนียริ่งนั้นง่ายดายกว่าการเสียเวลาเจาะระบบด้วยคอมพิวเตอร์หลายเท่า
แต่สุดท้าย นายมิทนิคต้องยอมจำนนให้เอฟบีไอ เขาถูกจองจำเพื่อรอการไต่สวนคดีเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง ก่อนถูกตัดสินจำคุกเดี่ยว 8 เดือน ในปี พ.ศ.2542 โทษฐานเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์และได้มาซึ่งสำเนาซอฟต์แวร์อันผิดกฎหมาย นายมิทนิคยอมรับผิดตามข้อกล่าวหา อันเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคำให้การต่อศาล

เควิน มิทนิค
|
อย่างไรก็ตาม คดีของนายมิทนิคเป็นที่โต้เถียงกันมากในสหรัฐ เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนนายมิทนิคเชื่อว่า โทษที่นายมิทนิคได้รับนั้นรุนแรงเกินไป เป็นไปได้ว่ารัฐบาลพยายามทำให้คดีของนายมิทนิค เป็นตัวอย่างแก่อาชญากรไซเบอร์คนอื่นๆ ในขณะที่สื่อได้สร้างภาพให้นายมิทนิคดูเหมือนอาชญากรตัวฉกาจ ที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด โดยเฉพาะหนังสือเรื่อง “ไซเบอร์พังค์” (Cyberpunk) ซึ่งเขียนโดย เคธี่ ฮาฟเทอร์ และ จอห์น มาร์คอฟ ที่มิทนิคออกมาวิจารณ์อย่างเปิดเผยว่าหนังสือเล่มนี้สร้าง “เรื่องโกหกเกี่ยวกับเควิน มิทนิค” ขึ้นมา
หลังได้รับการปล่อยตัวในปี 2543 นายมิทนิคถูกภาคทัณฑ์ ไม่ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ นอกจากโทรศัพท์พื้นฐานเป็นเวลา 1 ปี ต่อมาศาลอนุญาตให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ เขายังไม่สามารถหากำไรจากอาชญากรรมที่ตนเองก่อขึ้นอีกด้วย กระทั่งเร็วๆ นี้เอง ที่มิทนิคสามารถเขียนอัตชีวประวัติของตนและเซ็นสัญญาให้บริษัท ลิทเทิล, บราวน์, แอนด์ คอมปานี นำไปจัดพิมพ์เผยแพร่ได้ โดยมิทนิคเชื่อว่า นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตนเอง หลังปล่อยให้ผู้อื่นเขียนหนังสือเกี่ยวกับคดีของเขามามากมาย
เรื่องราวชีวิตของแฮกเกอร์ชื่อดังอย่างนายมิทนิคจึงเป็นที่สนใจของเซียนคอมพิวเตอร์หลายคน มิใช่เพียงเพราะความสามารถทางการใช้เล่ห์เพทุบายหลอกลวงมาให้ได้ซึ่งข้อมูลที่ตนเองต้องการ หรือ โซเชียล เอ็นจิเนียริ่ง แต่อัตชีวประวัติของนักล้วงข้อมูลผู้นี้จะสะท้อนให้เห็นว่า ภายในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันไร้ขีดจำกัดนี้ มีช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีได้ฉกฉวยหาประโยชน์ จากการใช้เทคโนโลยี
คนเรานอกเหนือจากต้อง “รู้ทัน” เทคโนโลยีแล้ว ต้องทันเล่ห์เหลี่ยมเพื่อนมนุษย์ด้วย จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของใคร
***ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11101 , หน้า 26 |
|
| |
|
| |
hacker, เจาะข้อมูล
ความเห็นล่าสุด