หยุดงานไปหลายวันกลับมาจากทัวร์ภาคอิสานเดินทางจากกรุงเทพฯสู่อิสานเหนือที่จังหวัดนครพนมแล้วต่อลงอิสานไต้ที่จังหวัดอุบลราชธานีผมต้องเดินทางไปทำธุระกับน้าที่เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่นเพื่อศึกษารายละเอียดการทำธุรกิจขายตรงทางด้านสมุนไพรเกี่ยวกับผลิตภันต์จากสมุนไพรพลูคาวหรือคาวตองครับแรกๆผมเองก็ไม่ค่อยจะสนใจเท่าไรหรอกแต่พอมาได้ลองกินยาจริงๆถึงรู้ว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเราอย่างเห็นได้ชัดจากเดิมที่ผมเป็นภูมิแพ้บางวันตอนเช้าไอ จาม จนตาบวมและโรคไซนัสอักเสบ พอได้ลองกินอาการดีขึ้นครับอาการไม่มีให้เห็นเลยและหลายท่านที่อยู่ทางบ้านที่ได้ลองทานก็เล่าปากต่อปากว่ากินแล้วช่วยได้เยอะทำเอาธุรกิจของน้าเริ่มสดใสผมเลยต้องเดินทางลองไปศึกษารายละเอียดและเมื่อวันที่30พ.ค.ที่ผ่านมาเห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรับหน้า1ได้พาดหัวข่าวเกี่ยวกัยสมุนไพรคาวตองไว้วันนี้ผมเลยนำมาเผยแพร่อีกทีครับ ผมไม่ได้มาขายธุรกิจแต่อย่างใดแต่วันหน้าไม่แน่นะรายต่อไปอาจจะเป็นท่านไดท่านนึงที่ผมจะไปนำเสนอธุรกิจนี้ก็ได้ครับอิอิอิอิอิ
ผอ.สนช. เผยเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยตระกูลเดียวกับพลู พบมากทางภาคเหนือ ได้รับความนิยมมากในเกาหลี อินเดีย และอาเซียน ขอเวลาวิจัย-พัฒนา 2 ปีเชื่อ ต้านเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ ได้
วันนี้ (28 พ.ค.) นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ขณะนี้ สนช. สนับสนุนงบประมาณการวิจัยพืชสมุนไพรทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุด ได้มีการค้นพบสมุนไพรพื้นบ้านที่เรียกว่า คาวตอง หรือ พลูคาว เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยตระกูลเดียวกับพลู พบมากทางภาคเหนือของประเทศ ลักษณะเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา มีกลิ่นค่อนข้างคาวเหมือนคาวปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาการติดเชื้อ รักษา แผล รักษามะเร็ง ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ สมุนไพรดังกล่าวชาวบ้านทางภาคเหนือนิยมนำไปเป็นส่วนผสมของอาหาร แต่ไม่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีกลิ่นแรง ไม่หอมเหมือนใบโหระพา และ กระเพรา ทำให้ไม่เป็นที่นิยม อย่างไรก็ตาม สมุนไพรดังกล่าวได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลี อินเดีย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการนำสมุนไพรดังกล่าวไปรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคริดสีดวงทวาร โรคติดเชื้อ เป็นต้น Read more…

ความเห็นล่าสุด